วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

คุณเป็นชาวพุทธแน่หรือ...

พระพุทธองค์ไม่เคยเลยที่จะสอนว่า การเป็นชาวพุทธที่สมบูรณ์ ต้องติดข้องอยู่กับพิธีกรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี  ถ้าเราเพ่งเล็ง สนใจแต่สิ่งเหล่านี้ ก็อาจไปติดอยู่ตรงจุดหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่หัวใจของพุทธศาสนา แล้วเลยไปสำคัญผิดว่า พุทธศาสนามีความหมายเพียงเท่านั้นเอง
          พระพุทธเจ้าไม่เคยจำกัดว่า ถ้าเราจะปฏิบัติธรรม หรือจะเป็นพุทธมามกะนั้น ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ หรือกำหนดกฎเกณฑ์เป็นพิเศษ ต้องปลีกตัวออกจากสังคม ต้องหลีกจากโลก ต้องสลัดละทิ้งความรับผิดชอบ ท่านไม่เคยตรัสเช่นนั้นานตรัสแต่ พุทธบริษัทประกอบด้วย อุบาสก อุบาสิกา ภิกษุ ภิกษุณี มีเป็นองค์ 4 ไม่ใช่มีแต่ผู้ละทิ้งบ้านเรือนไปอยู่ป่าหมด หรือผู้อยู่เรือนหมด โลกนี้ย่อมมีทั้งกลางวันและกลางคืน มีทั้งฆราวาสและสมณะ มีทั้งคามวาสี ผู้อยู่เรือน และอรัญวาสี ผู้อยู่ป่า การเป็นพุทธมามกะนั้น เราเป็นได้ทั้งๆ ขณะเป็นฆราวาสเต็มภูมิ
              พระพุทธองค์ไม่ทรงสอนให้หนีทุกข์ พระพุทธองค์ไม่ทรงสอนให้ลืมทุกข์ ให้กลบเกลื่อนทุกข์ แต่ทรงสอนให้มองดูทุกข์ ให้ทำความรู้จักกับทุกข์ แล้วสาวหาสาเหตุของมัน
สาเหตุของทุกข์คืออะไรเล่า ก็คือใจที่ไม่รู้เท่าทันกิเลสทั้งปวง ใจที่ถูกจองจำคุมขังอยู่ด้วยความยึดผิด เห็นผิด คิดไว้อย่างหนึ่ง ยึดมั่นถือมั่นไว้อย่างหนึ่ง
           พระพุทธองค์ไม่เคยตรัสว่า เราต้องเชื่อตามผู้นำ หรือตามพระพุทธองค์ ท่านตรัสไว้ว่า เมื่อสิ้นท่านแล้ว พระธรรมและพระวินัยที่ได้บัญญัติไว้ จะเป็นศาสดาแทนพระองค์ 
          การทำทานนั้น มิใช่จะตั้งหน้าตั้งตาว่า เมื่อเจอคนยากจนก็ให้เขาเรื่อยไป หรือมุ่งไปวัด ทำบุญตักบาตร อุปัฏฐากท่านด้วยปัจจัยไทยทาน การทำทานในความหมายที่พระพุทธองค์ ทรงประสงค์ให้เราทำนั้น คือ ให้เราจาคะ สละ แบ่งปันส่วนที่เป็นความหวงแหนส่วนที่เป็นตัวตนของเราออกไปถ้าเราทำทานโดยไม่เกิดความรู้สึกว่า สิ่งที่ให้ไปนั้น เราตั้งใจ ตัดใจ สละแบ่งปันออกไป ทั้งที่ยังรัก ยังหวงแหน หรือสิ่งที่ให้ไปนั้น เราจงใจเพื่อเกื้อหนุนให้เขาเป็นสุข
           พระพุทธองค์ไม่ทรงสอนให้เชื่อสิ่งใดที่ไม่มีข้อพิสูจน์ ไม่ทรงสอนให้เชื่อด้วยความงมงาย แม้ธรรมที่พระองค์ทรงแสดงไปแล้วก็เช่นกัน
ครั้งหนึ่ง หลังที่ทรงแสดงธรรมจบลงแล้ว พระพุทธองค์ได้ตรัสถามพระสาวกทั้งหลาย ที่สดับฟังอยู่ว่า ธรรมที่ทรงแสดงนั้นเป็นอย่าไร พระสารีบุตรทูลตอบว่า ธรรมของพระพุทธองค์งามพร้อมมหาที่ติมิได้ แต่พระสารีบุตรก็ทูลขอโอกาสนำไปปฏิบัติดูก่อน แล้วจึงจะกราบทูลผลให้ทรงทราบ สาวกอื่นๆ พากันไม่พอใจ ตำหนิพระสารีบุตรว่า ไม่เคารพเชื่อฟังพระพุทธองค์ แต่พระพุทธองค์ตรัสรับรองว่า สิ่งที่พระสารีบุตรกล่าวนั้นถูกต้อง เพราะ ธรรมไม่ใช่สิ่งที่จะเชื่อด้วยความงมงาย หรือเชื่อเพียงเพราะออกจากพระโอษฐ์ แต่ท่านมีพระประสงค์ให้เหล่าสาวกและพุทธบริษัททั้งปวง นำไปพิจารณาไตร่ตรอง และทดสอบด้วยตัวของตัวเองสิ่งที่เป็นธัมมะจะไม่บังเกิดผล ถ้าเรานำมาเก็บไว้ในใบลาน หรือในตู้พระไตรปิฎก หรือเราเพียงแต่อ่านละจำด้วยสัญญา แล้วนำมาพูด มาถกเถียงมาแสดงความรู้กันโดยโวหาร แต่เป็นสิ่งที่เราต้องทดลองนำมาปฏิบัติจริงๆ กับชีวิตเรา เอากายและใจของเรานี้เป็นสัตว์ทดลอง เมื่อทดลองแล้วได้ผลอย่างไรแล้ว นั้นแหละ จึงจะทำให้เราเป็นชาวพุทธที่ถูกต้อง
                                                                                                                    จาก   คุณเป็นชาวพุทธแน่หรือ
                              โดย อ.พญ.อมรา มลิลา
                                 ณ ชมรมพุทธรรม โรงพยาบาลศิริราช
                   วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2525

วันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ความมืดกับแสงสว่าง

เมื่อยู่ในความมืดนานๆตาจะชินกับความมืดสนิทนั้น และเริ่มมองเห็นเป็นลางๆ ถ้าเกิดมีแสงเพียงเล็กน้อย ส่องลอดเข้ามา จะรู้สึกสว่างจ้าและยิ่งใหญ่
ความทุกข์ก็เช่นกัน เมื่อเราอยู่กับมันจนชินชา ความสุข ความหวังเพียงเล็กๆน้อยๆ  (สำหรับผู้อื่น)
ดูมันช่างมีค่ามหาศาลเหลือเกิน... ความสุข ความทุกข์และสิ่งของทุกอย่างจะมีค่าหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับจิตมีความต้องการหรือยึดติดในสิ่งนั้นๆ
(จากหนังสือพระธรรมนำใจ สายใยแห่งชีวิต)

อย่าหลง

อย่าหลงเหยื่อเชื่ออยากจะยากจิต
อย่าหลงติดรสเหยื่อเชื่อตัณหา
อย่าหลงนอนหลงกินสิ้นเวลา
อย่าหลงว่าอายุเจ้าจะยาวนาน...

บอด หนวก ใบ้ หลับ

บอดเสียบ้างบางคราวนะเจ้านะ
หนวกเสียบ้างบางครานะเจ้าหนา
ใบ้เสียบ้างบางวันอย่าจรรยา
หลับเสียบ้างบางเวลาอย่ารู้ตัว

วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

“ฮึก และ “ฮึด”

“ฮึก และ “ฮึด”

เป็นคนผู้มุ่งมั่น ไม่ยอมแพ้โดยง่าย มีพลังใจต่อสู้ มองเห็นคุณค่าของตัวเองครอบครัว
เพื่อนดี จงคบหา
เพื่อนชั่ว ระวังให้ดี
เพื่อกินเพื่อนเที่ยว เป็นบาปมิตร
รักเพื่อนที่รักเราเข้าใจเราจริง เพราะเขาให้ข้อคิด ให้คำปลุกปลอบใจ
คิดในเชิงบวก รู้จักพูดคุย แบ่งปันความทุกข์ความสุขกับคนที่รักและไว้ใจ
ได้ผู้รู้ช่วยชี้แนวทาง เป็นไปได้ จิตใจดี ทวีความสุข
ธรรมะครูบาแจ๋ว
..............................................................................

วันพุธที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2553

แก้วคว่ำ .....

ในเมื่อเราตั้งใจจะช่วยแล้ว
แต่เขายังทำตัวเหมือนแก้วคว่ำ
ต่อให้ฝนข้างนอกจะตกจนน้ำเต็ม
แต่ยังไงในแก้วนั้นก็ยังไม่มีน้ำเช่นเดิม
สุดท้ายคงต้อง
......ปล่อย.....
กัมมัสสะโกมหิ เราเป็นผู้มีกรรมเป็นของของตน
- กัมมะทายาโท เป็นผู้รับผลของกรรม
- กัมมะโยนิ เป็นผู้มีกรรมเป็นกำเนิด
- กัมมะพันธุ เป็นผู้มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์
- กัมมะปะฏิสะระโณ เป็นผู้มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย
- ยัง กัมมัง กะริสสามิ จะทำกรรมอันใดไว้
- กัละยาณัง วา ปาปะกัง วา ดี หรือ ชั่ว
- ตัสสะ ทายาโท ภวิสสามิ จักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้นสืบไป....

เขา...อย่า...

เขาเลว อย่าไปชม

เขาล้ม อย่าไปข้าม

เขายอม อย่าไปหยาม

เขาหยุด อย่าไปยื้อ

เขาเด่น อย่าไปอิจฉา

เขาด่า อย่าไปถือ

เขาสอน อย่างอน-ดื้อ

เขาซื่อ อย่าว่าเซ่อ

ปล่อย...

ใครจะชิงใครจะชังมันก็ช่างหัวเขา

แค่ตัวเรารู้เราช่างเค้าประไร

ใครจะชักใครจะแช่งใครจะแกล้งใครจะหยัน

ก็ให้ช่างหัวมันก็ให้ปล่อยเค้าไป

ใครจะชมใครจะเชิดว่าประเสริฐเลิศหรู

ตัวเรารู้เราอยู่ปล่อยเค้าชมไป

ใครจะรักใครจะเกลียดใครจะเสียด ใครจะสี

ก็เรารู้ตัวดีปล่อยเค้าทำไป..

เกิดเป็นมนุษย์สิ้นสุดแค่ตาย

เอาอะไรมากมายในความอนัตตา

โลภไปทำไมช่วงชิงแข่งขัน

สุดท้ายเหมือนกันต้องไปป่าช้า

จะเอาอะไรแค่รักโลภโกรธหลง

ไม่มีความมั่นคงบนกิเลสตัณห

าเกิดแก่เจ็บตายใยจะไปยึดมั่น

สรรพสังขารล้วนอนิจจาปล่อยวางมันเสีย

ทุกโขติณณา...

ใครจะเมินใครจะมองใยจะต้องไหวหวั่น

ใครจะใส่ร้ายกันใยจะต้องสนใจ

ใครจะดีใครจะเลวมันก็เรื่องของเขา

ใครจะนินทาเราใยจะต้องทุกข์ใจ

ใครจะล้อใครจะด่าใยจะต้องว่าตอบ

ใครไม่สนใครไม่ชอบใยจะต้องใส่ใจ

ใครจะคิดใส่ความใยจะต้องวุ่นจิต ....

"หากตัวเราไม่ผิดจะไปคิดทำไม"....

...เกิดเป็นมนุษย์สิ้นสุดแค่ตาย ประดุจดังต้นไม้ล้มทับโลกาหมดลมเมื่อไรหาประโยชน์ใดเล่า ล้วนต้องถูกเผาหามไปป่าช้าชีวิตยังมีสร้างความดีไว้เถิด ได้ไม่เสียชาติเกิด ได้ไม่ต้องอายหมาอันว่าความตายคือสัจธรรมความเที่ยง สิ้นสรรพสำเนียงเน่าเหม็นขึ้นมาจะเอาอะไร...จะเอาอะไรกันนักหนา...

รู้เรา รู้เขา....

รู้เรา รู้เขา
รู้เรา ควรรู้มากที่สุด แต่ส่วนมากมักจะไม่รู้
รู้เรา รู้แต่ส่วนดีของตนเอง แต่ไม่(รับ)รู้ส่วนไม่ดีของตนเอง
รู้เขา รู้แต่ส่วนไม่ดีของเขา แต่ไม่(รับ)รู้ส่วนที่ดี ถึงแม้จะรู้ส่วนที่ดี แต่ก็ไม่พูด
........

ให้เขาเถิด..........



เขาอยากดี เท่าไร ให้เขาเถิด
ไม่ต้องเกิด แข่งดี มีแต่เสีย
ริษยา คือทุรกรรม ทำให้เพลีย
ทั้งลูกเมีย พลอยลำบาก มันมากความ
เขาอยากเด่น เท่าไร ให้เขาเถิด

จะไม่เกิด กรรมกะลี ที่ซ่ำสาม
มุทิตา สาธุกรรม ทำให้งาม
สมานความ รักใคร่ เป็นไมตรี
เขาอยากดัง เท่าไร ให้เขาเถิด

ช่วยชูเชิด ให้ประจักษ์ ด้วยศักดิ์ศรี
ให้ดังก้อง ท้องฟ้า อย่างอสนี
ต่างฝ่ายมี ผลงาม ตามเรื่องตน ฯ

คนดี


สุขกับสิ่งที่ขาดหาย

ชีวิตมนุษย์ก็คงมีทั้งสุขและทุกข์...บริบูรณ์ด้วยบางอย่าง ขาดหายไปในบางสิ่ง ..


บางคน...เลือกที่จะก่นทุกข์อยู่กับสิ่งที่ขาดหายไป...

บางคน...เลือกที่จะมีความสุขกับสิ่งที่มีแม้เพียงน้อยนิด

แต่...บางคนกลับทุกข์กับสิ่งที่มีอยู่อย่างมากมาย

และ...มีบางคนก็เลือกที่จะสุขกับสิ่งที่ขาดหายไป

ชีวิตมนุษย์ก็คงมีทั้งสุขและทุกข์...บริบูรณ์ด้วยบางอย่าง ขาดหายไปในบางสิ่ง ... แต่ที่สำคัญขอให้เราได้ใช้ชีวิตที่ เป็นสุขกับทั้งสิ่งที่มีและสิ่งที่ขาดหายนั้น

แล้วคุณล่ะ เลือกจะเป็นคนจำพวกไหน